[PSE]Chapter 04 - The Shepherd Boy

posted on 21 Oct 2013 06:08 by gazalet
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ The Elysian's War: Apocalypse ครับ
 
 
********************
 
 

คำเตือน: 2,451 คำ 9,071 ตัวอักษร งานแบบสุกเอาเผากิน... ผมเตือนแล้วนะครับ

 

Morning

 

เช้าวันแรกของการทำงาน วันแรกของชีวิต'อย่างเต็มตัว'บนเอลิเซี่ยน หรือสิ่งที่เขาเรียกว่า สวรรค์ มาโดยตลอดชีวิตของการอยู่บนพื้นโลก อย่างน้อยๆก็ที่เขาจำได้ ความทรงจำของ'ชีวิตแรก'เป็นอะไรที่คล้ายกับความฝัน คล้ายจะนึกออก แต่ยิ่งพยายามนึกก็ยิ่งลางเลือน

 

ตอนนี้เขาคือ เกลดรอป เบชเชอร์เมงเกล เทวทูตระดับล่างของหน่วยประชาสัมพันธ์ จัดการสื่อสารสนเทศและสิ่งพิมพ์ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า PRD ใต้การดูแลของอัครเทวทูตกาเบรียล สำนักงานคืออาคารสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา เกลดรอปมาเร็วกว่าเวลาเปิดเล็กน้อย เขาชอบเป็นฝ่ายรอมากกว่าให้คนอื่นรอ เทวทูตหนุ่มมั่นใจว่าวันต่อๆไปเขาก็จะมาทำงานด้วยเวลานี้อีก

 

ไม่นานนักเหล่าเทวทูตก็เริ่มทยอยมาถึง เกลดรอปเดินตามกลุ่มคนเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์ ไม่นานนักก็ได้พบกับพนักงานที่จะมาแนะนำเขาสู่อาชีพ...ไม่สิ โลกใหม่

 

"ด้านนี้คือห้องกระจายเสียงของหน่วยเรา มีไว้ใช้รายงานข่าวออกไปทั่วเอลิเซี่ยน ถ้านาย...อ้า รอตรงนี้เดี๋ยวนะเด็กใหม่" คำอธิบายของพนักงานรุ่นพี่หยุดกลางทางหลังมีเสียงเรียกจากคนอีกด้านของห้อง พร้อมกันนั้นเจ้าตัวก็เดินจากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบจากเด็กใหม่ที่บัดนี้ยืนทำตาปริบๆอยู่หน้าห้องกระจายเสียง

 

เขายืนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ก่อนความสนใจจะเริ่มชนะความตื่นเต้น ชายหนุ่มแอบยื่นหน้าเข้าไปในห้อง ห้องนั้นมีอุปกรณ์ประหลาดบางอย่างที่เกลดรอป'รู้สึก'ว่าไม่รู้จัก แต่พอคิดอีกที เขาก็'รู้'ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ในห้องเรียกว่าอะไร...แปลกดี

 

เขาถอยกลับออกมามองโดยรอบ ไกด์ของเขายังไม่กลับ พนักงานในสำนักงานก็ดูเหมือนจะกำลังยุ่งกับหน้าที่ของตัวเอง

 

"ขอดูนิดเดียว สัญญาว่าจะทำอะไรไม่เสียหายนะครับ..." เกลดรอปกระซิบกับประตูก่อนเดินเข้าไปในห้องกระจายเสียง บรรยากาศในนี้ผิดจากที่คาดไว้ คำว่ากระจายเสียงให้ความรู้สึกอึกทึก แต่ในตัวห้องกลับเงียบสงบ ยิ่งเมื่อเขาปิดประตู ก็เหมือนกับตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง

 

ห้องเล็กๆกับอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นเป็นที่ประกาศข่าวสารออกไปทั่วทั้งโลกสวรรค์ฟังดูเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากสำหรับเกลดรอป ข่าวดี ข่าวร้าย ข้อเท็จจริง หรือกระทั่งเรื่องราวที่ถูกบิดเบือน จะถูกรายงานออกไปจากที่นี่เข้าสู่สมองของคนหมู่มาก และกลายเป็นสิ่งขับเคลื่อนการกระทำต่อๆไปของคนเหล่านั้น

 

ไม่ใช่ที่ของเขาแน่ แค่คิดว่าตัวเองจะต้องพูดอะไรให้คนจำนวนมากฟังมือเขาก็เริ่มสั่นแล้ว

 

เกลดรอปตัดสินใจนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ประตู รอจนกว่าคนนำทางของเขาหรือใครก็ตามที่มีหน้าที่ในห้องนี้จะมาถึง ดวงตาสีเทายังกวาดไปรอบๆอย่างสนใจ แต่เขารู้ตัวว่าเขาไม่ใช่คนที่จะอยากรับผิดชอบกับงานประกาศข่าวแน่ๆ ถ้าจะต้องทำงานอะไรพวกนี้ ขอเป็นคนเก็บข้อมูลหรือเขียนอะไรเงียบๆอยู่ข้างหลังดีกว่า

 

**********

Late Morning

 

เป็นเวลาสายมากแล้ว เกลดรอปยืนนิ่งอยู่กลางห้องตัดสิน เสียงกระซิบกระซาบดังไปทั่วคล้ายเสียงนกกระจอกแตกรัง แต่ไม่มีคำไหนผ่านเข้าไปถึงสมองของเขา

 

เกลดรอปกำลังนึกไปถึงงานเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ เวลานี้ปกติเขาก็คงกำลังไล่กรองอีเมลล์ข่าวสำคัญออกจากข่าวซุบซิบ เตรียมบทให้ผู้ประกาศข่าวรอบบ่าย หรือไม่ก็ยืนจิบนมร้อนอยู่ข้างเครื่องถ่ายเอกสารระหว่างรอสำเนา

 

เรื่องธรรมดาที่เคยเกิดขึ้นทุกวัน แต่ตอนนี้เขากลับโหยหามันเหลือเกิน

 

/ปัง/

 

เกลดรอปเลื่อนสายตาไปมองต้นกำเนิดเสียง อัครเทวทูตรากูเอล เป็นครั้งแรกที่เขาได้ประจันหน้ากับหัวหน้าหน่วยพิพากษาโดยตรง ดวงตาสองสีที่มองตรงมาให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและทรงอำนาจ แต่เขาไม่สามารถอ่านความรู้สึกอื่นใดได้

บทบาทของเขาจะหมดลงตรงนี้หรือยังต้องดำเนินต่อไปขึ้นอยู่กับคำตัดสินของคนตรงหน้า

 

"ขอตัดสินให้ปล่อยตัว"

 

คำประกาศเรียกเสียงฮือฮาจากคนทั้งศาล แต่เกลดรอปไม่รู้สึกแปลกใจ รากูเอลไม่ได้ปล่อยให้เขาอยู่ต่อด้วยความเมตตาแน่ อัครเทวทูตผู้เป็นตัวแทนแห่ง ‘พระบิดา’ ย่อมปฏิบัติภารกิจของตนเป็นอย่างดี การยังมีชีวิตอยู่ต่อของเขาย่อมหมายความว่าหน้าที่ในฐานะเบี้ยใช้แล้วทิ้งในหมากกระดานนี้ยังไม่หมดลง

 

**********

Afternoon

 

บ่ายของการโดดงานวันที่สาม เกลดรอปขยับลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่างอย่างยากลำบาก แผลที่สีข้างเป็นอุปสรรคต่อการขยับตัวอย่างมาก แต่เขาก็ไม่สามารถทนกับสภาพมืดทึบอับชื้นเช่นนี้ได้ เหมือนที่เขาไม่ชอบสภาพของโรงพยาบาล ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขาคิดว่าก็คงมาจากสาเหตุการตาย'ครั้งแรก'ของเขา

 

"มาทำแผลที่โรงพยาบาลจะดีกว่าครับ"

 

เขาไม่อยากไปโรงพยาบาลเลย แต่จะปล่อยให้เทวทูตระดับสูงถ่อมารักษาถึงห้องบ่อยๆก็คงจะไม่เข้าที เกลดรอปยังนึกขัน วันแรกที่เกิดเรื่องมีเทวทูตระดับสูงมาเยี่ยมเขาถึงสามองค์

 

'ถ้ายังหยุดอีกวันสงสัยได้มีอัครเทวทูตมาเยี่ยมแน่' เกลดรอปหัวเราะเบากับความคิดไร้สาระของตัวเอง ต่อให้มีกฎเหล็กว่า เทวทูตทุกคนเป็นพี่น้องกัน โอกาสที่อัครเทวทูตจะลงมาเยี่ยมเทวทูตระดับล่างอย่างเขาเรียกได้ว่าเป็นศูนย์

 

"ลองกินหน่อยไหมครับ?"

 

"อ๊าาาา น่ารักจัง! เห ให้ฉันลองจะดีหรอแอบเสียดายนิดๆนะเนี่ย"

 

 

ไม่สิ...คิดอีกที ก็เป็นไปได้ ภารกิจครอกกาไทร์สคราวก่อน เขาเห็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเขา เอธีค ถือถ้วยเยลลี่...ไข่คางคก ไปเข้าไปหาท่านกาเบรียลให้ลองชิม ถึงตอนนั้นเกลดรอปจะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่สมาธิของเขาทั้งหมดอยู่ที่เยลลี่ถ้วยนั้น และชะตากรรมของเพื่อน

 

เกลดรอปจำได้ว่าเอธีคไปขอคำปรึกษาเรื่องภารกิจนี้กับท่านกาเบรียลมา เขาเคยแอบชื่นชมความกล้าเข้าหาเจ้านายของเพื่อน แต่ถึงท่านกาเบรียลจะเป็นคนใจดีก็เถอะ การให้ลองชิมนี่เป็นอีกระดับนึงแล้ว

 

"ขอบคุณที่ให้เกียรติชิมเยลลี่นะครับ"

 

"ไม่เป็นไรจ้า ฉันก็ขอบใจเหมือนกันน้าที่หาของอร่อยๆมาให้กิน"

 

เกลดรอปแปลกใจกับสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน

 

เกลดรอปรู้ว่าหัวหน้าของเขาเป็นคนน่ารัก ขี้เล่น บางทีก็ขี้แกล้งจนหลายคนขยาดแหยงตามๆกันไป ไม่ว่าจะเป็นวิธีพูดจาหรือท่าทาง บางคนพูดถึงขนาดว่าดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ

 

แต่สิ่งที่เขาเห็นวันนั้นคือความใส่ใจ ภารกิจครอกกาไทร์ส พูดตามตรง ตัวเขาเองเป็นคนทำเขายังไม่อยากจะชิม แล้วหัวหน้าระดับสูงขนาดอัครเทวทูตที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจจะไม่แตะเลยก็ย่อมได้ ถ้าเป็นท่านราฟาเอลก็คงปัดทิ้งลงพื้นไปแล้ว เขายังจำภาพอัครเทวทูตขี้โมโหองค์นั้นได้ แม้จะไม่เคยคุยกันตรงๆแต่กิตติศัพท์ความน่ากลัวก็ร่ำลือมาถึงหน่วยของเขา

 

แต่ท่านกาเบรียลก็กิน และช่วยวิจารณ์รสชาติให้เสียด้วย

 

หัวหน้าของเขาไม่ใช่คนดุดัน น่าเกรงขาม หรือดูทรงพลังเหมือนอัครเทวทูตคนอื่น

 

แต่เขาดีใจที่ได้ทำงานกับคนคนนี้

 

**********

Evening

 

เกลดรอปไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากี่โมง ไม่รู้ว่าสภาพอากาศตอนนั้นเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเขากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

เขาเห็นเพียงถาดวาฟเฟิลบนตัก ดวงตาสีเทาจับจ้องที่เนยลูกโตบนแผ่นวาฟเฟิลหนา ขนมชิ้นโปรดจากร้านเจ้าประจำที่หัวมุมถนนย่านเมืองเก่ากำลังส่งกลิ่น...

 

กลิ่นน่าคลื่นเหียน คล้ายกลิ่นคาวเลือด

 

จู่ๆน้ำมันของเนยที่เริ่มละลายก็ดูเหนียวข้นและสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกัน ตัวก้อนเนยที่เป็นสีเหลืองสวยค่อยซีดลงพร้อมเกิดมีเส้นสีแดงเล็กคล้ายรากฝอยเริ่มพาดผ่านบนก้อนเนยกลมสีขาวเป็นเลื่อม

 

เร็วเท่าความคิด ชายหนุ่มเอาปลายส้อมเขี่ยก้อนเนยที่ผิดปกตินั่น ทันใดอีกด้านหนึ่งก็ปรากฎให้เห็น

 

วงกลมสีเขียวมะกอกที่มีจุดสีดำตรงกลาง กำลังจ้องมาที่เขา...

 

ดวงตาสีเขียวมะกอก กำลังจ้องมาที่เขา

 

"ฉันกลัว ฉันยังไม่อยากตาย..."

 

เกลดรอปกระพริบตา ลูกตาก็กลับมาเป็นก้อนเนย กลิ่นหอมของขนมอบฟุ้งกระจายไปโดยรอบ เขาเงยหน้ามองรอบตัว ดวงตาสีควันกระพริบถี่

 

ขณะนี้เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เขาเห็นเทวทูตหลายองค์เดินผ่านหน้าเขาไปมา คงเพิ่งเลิกงานไม่นาน หรือไม่ก็เพิ่งกลับจากการจับจ่ายใช้สอยที่ย่านชุมชน

 

ทุกอย่าง...ดูเหมือนปกติ

ทุกคน...ดูเหมือนปกติ

 

คล้ายกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝันของเขาคนเดียวเท่านั้น

 

"นั่นไง นักโทษประหารที่ฆ่าเทพีไอริส คนที่หันหลังให้พระเจ้า"

"ทำเรื่องอุกอาจขนาดนั้นก็ยังมานั่งกินขนมในสวนได้อีกนะ พระองค์ทรงเมตตาเหลือเกิน"

"นั่นสิ ทำไมไม่เด็ดปีกแล้วส่งลงไปให้พวกอบิสเสียเลย เหมือนพวกคนทรยศพวกนั้..."

 

เสียงซุบซิบดึงความสนใจของเกลดรอปให้หันไปทางต้นกำเนิดเสียง ดวงตาที่จับจ้องมาตวัดหลบอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างนั้นเทวทูตหนุ่มก็ยังขยับยิ้มให้ แต่ก่อนจะได้พูดอะไรอีกฝ่ายก็เดินหนีไปก่อน

 

เหลือแค่เขากับวาฟเฟิลอีกครั้ง เกลดรอปจึงตัดสินใจพูดกับขนมในถาดที่เริ่มเย็นชืดตรงหน้าแทน ราวกับหวังว่ามันจะส่งข้อความผ่านไปถึงเทวทูตเหล่านั้นได้

 

"ผม..ไม่คิดจะร่วงลงไปหรอกนะครับ"

 

เกลดรอปได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับ 'ผู้ร่วงหล่น' ดีไม่ดีเขาอาจจะรู้มากกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ ในเมื่อเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับ'คำเชื้อเชิญ' นั่น

 

เเขาไม่คิดว่าเหล่าเทวทูตที่ร่วงหล่นเหล่านั้นเป็นคนทรยศ พวกเขาแค่เลือกแล้ว...เลือกในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง

 

เขาเอง...ก็เลือกแล้ว เขาอยู่ร่วมกับปีศาจไม่ได้แน่ อย่างน้อยๆต้องไม่ใช่บ้านเดียวกัน

 

เขาไม่รู้ว่าปีศาจตนอื่นเป็นอย่างไร แต่ตนที่เขาเจอตอนภารกิจบาซิลิสก์นั่นก็เกินพอ

 

จนถึงวันนี้ หากขออะไรได้ เขาจะขอให้ตัวเองไม่ได้ปฏิบัติภารกิจบาซิลิสก์ มันฟังดูไร้เหตุผล แต่สำหรับเกลดรอป ภารกิจนั้นเป็นจุดกำเนิดของทุกอย่าง

 

ถ้าเขาไม่โดนบาซิลิสก์กัดจนบาดเจ็บจนต้องหยุดงานไปถึงสามวัน

 

ถ้าเขาไม่เลือกไปตรวจสภาพแผลเป็นครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลด้วยไม่กล้ารบกวนเทวทูตระดับสูงให้ไปดูแผลถึงห้องอีกเมื่อเขาขยับตัวได้เป็นปกติ

 

ถ้าเขาไม่เกิดเบื่อจนหยิบบันทึกเทปในซองพัสดุไร้นามนั่นออกมาฟังระหว่างรอเวลานัด

 

ถ้า...

 

'คิดดีแล้วหรือกับคำขอสุดท้ายของเธอ

 

ฉันบอกรึว่าจะว่ามอบความปรารถนาให้ตอนนี้หึ..หึ..โง่งมนัก'

 

เขาไม่เคยคิดจะร่วงหล่นลงไป อบิสไม่ใช่ที่ของเขา

 

แต่นับจากวันนั้น เขาก็หันหลังให้กับพระเจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

**********

Epilogue - At this moment

 

/ติ๊ก/ /ติ๊ก/ ติ๊ก/

 

เสียงเข็มนาฬิกาขยับเป็นจังหวะสะท้อนอยู่ในหูของเกลดรอป ขณะนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืน แต่เขายังนอนไม่หลับ

 

สรุปว่าเขาก็ยังไม่รู้อะไรมากขึ้น ทั้งเรื่อง'สมาพันธ์ภราดรภาพกาเบรียล' การเงียบหายไปของราฟาเอล... และเบาะแสเกี่ยวกับคดีของเรมิเอล

 

"น่าเบื่อ"

 

"ฉันไม่สนใจเอิร์ลน้อยแล้วจ้ะ ฉันไม่ชอบเด็กดื้อ"

 

สิ่งที่เขาบังเอิญเห็นในวันนั้น แววตาเฉยชาคู่นั้น นึกกี่ครั้งก็ชวนให้ขนลุกวาบขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกผิดหวังก่อตัวขึ้นช้าๆในจิตใจ แม้จะไม่มาก แต่ก็ไม่เคยหายไปไหน

 

ถึงวันนี้...ไม่มีใครไว้ใจได้อีกต่อไปแล้ว แม้เขาจะยังหวังอยู่ลึกๆ ว่า'คำถาม'ในวันนี้ จะมาจากความเป็นห่วงของคนเป็นพี่ที่มีต่อน้องผู้ล่วงลับ ไม่ใช่อย่างอื่น...

 

เกลดรอปรู้สึกคอแห้งผาก เขาขยับตัวลุกขึ้นไปดื่มน้ำ ก่อนเดินไปที่โต๊ะทำงานของตน จุดไฟตะเกียง แล้วเริ่มอ่านกระดาษสีน้ำตาล 2 แผ่นอีกครั้ง

 

"เขาชักเป็นท่านพ่อที่ฉันไม่รู้จักเข้าไปทุกที"

 

สำหรับเกลดรอป ไม่เพียงแค่'ท่านพ่อ' ทุกอย่าง...ดูวิปริตไปหมด

 

กระทั่งตัวเขาเอง...ก็ไม่เหมือนเดิม

 

"เอลิเซี่ยนไม่มั่นคงอีกต่อไปแล้ว"

 

แต่อย่างไรเสีย...เขาต้องอยู่ต่อไป...เขาจะปล่อยให้การจากไปของทุกคนเป็นเรื่องสูญเปล่าไม่ได้ แม้ตอนนี้จะยังมีแต่ปริศนา แต่ถ้ายังอยู่ ซักวันคำตอบจะต้องออกมา

 

ถ้ายังอยู่ ก็อาจจะยังเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

ถ้ายังอยู่...ก็อาจจะยังปกป้องอะไรได้บ้าง

 

การจะอยู่ต่อได้ ก็ต้องเลือก หรือถ้าเลือกเองไม่ได้ ก็ต้องทำให้ถูกเลือก

 

หวังแต่ว่าเขาจะเลือกไม่ผิด...

 

"แบบนี้ ผมก็ออกไปได้แล้วใช่ไหมครับ?"

 

"เชิญครับ"

 

"ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของท่านทั้งสองครับ"

 

Time to choose the lesser evil.

 

 

TBC in Chapter 5

**************

Comment

Comment:

Tweet

ไข่คางคกของชุ้น..... ; ; """
/ฮือ/.../แง/...../พราก/..

#2 By :-[R]i{ki}~~{[C]ha~n}-: on 2013-10-23 11:32

ยินดีด้วยค่ะ
ตัวละครของคุณผ่านเนื้อเรื่องหลักบทที่ 4 (The Shapherd Boy) แล้วค่ะ

#1 By PSE†Apocalypse on 2013-10-21 21:36

Recommend