[BP]เรื่องน่าปวดหัว

posted on 09 Sep 2011 23:09 by gazalet
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Beyond the Past ครับ
 
**********
เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง
-  ยามเช้าของเซ็ปโป (ฝั่งคุณเซ็ปโป)
-  หลังจากนั้น 
-  Silta (ฝั่งคุณเซ็ปโป)
-  Report of sail 001 (ฝั่งคุณวิซเซอร์)

ชาวBP ที่เกี่ยวข้อง
 
[BP]เรื่องน่าปวดหัว
 
ขณะนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็น
 
คาร์ลกำลังต่อแถวเพื่อชำระค่าสมุดบันทึกในร้านประจำระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อสัปดาห์ก่อนฝนตกหนัก สมุดของเขาเลยเสียหายไปหลายเล่ม ทำให้ต้องมาซื้อใหม่เร็วกว่าที่ตั้งใจไว้
 
"นี่จ้ะสมุดบันทึกสองเล่มที่สั่งไว้ ช่วงนี้แวะมาที่นี่บ่อยนะจ๊ะเนี่ยพ่อสายลับ" วิธีเรียกของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
 
"ฮะๆ ครับผม ขอบคุณมากนะครับ" แน่นอนว่าเขาไม่เคยปฏิเสธเรื่องที่ตัวเองเป็นสาย เพราะอย่างไรเสียก็แซวไปทั่วตลาดแล้ว ชายหนุ่มนึกถึงเรื่องเมื่อครั้งก่อน
 
"อ้าว พ่อสายลับ วันนี้ออกมาหาข่าวที่ตลาดหรือจ๊ะ"
 
"ครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรไปบอกเขา เดี๋ยวจะไม่มีผลงานครับ"
 
"ฮะๆๆๆ โอ้ย มุขนี้พ่อก็เล่นได้ไม่เบื่อจริงนะ ทำอย่างกับว่าถ้ามีข่าวแล้วครูจะเอาเข้าไปบอกเขาได้ พวกนายฝาหรั่งหมายหัวไว้แล้วไม่ใช่หรือ"
 
"อ้าว รู้ได้ยังไงครับ"
 
"โถ...วันนั้นไอ้แดงมันเห็นครูเดินเฉียดไปบ้านนายฝาหรั่ง เขาปล่อยหมาออกมาเลยนี่ ตัวใหญ่อย่างกับม้า เด็กมันบอกครูหนีแทบไม่ทัน"
 
"....แหะๆ" 
 
"อ้าว คุณคาร์ล" เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้หลุดจากห้วงภวังค์
 
"คุณเซ็ปโปนี่เอง เจอกันอีกแล้วนะครับ" คาร์ลทักด้วยความแปลกใจด้วยไม่คิดว่าจะได้เจอคนตรงหน้าในบริเวณที่ใกล้บ้านขนาดนี้ 
 
"ครับ ผมขอจ่ายเงินค่าของก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อ"
 
"อ้าว รู้จักกันหรือจ๊ะ"
 
"ครับ บังเอิญเจอกันเมื่อเช้าน่ะครับ"
 
"อ๋อ เออ รายนี้ผมทองอร่ามเชียว ของพ่อยังสีกระดำกระด่าง"
 
"ฮะๆ ก็คนละชาติกันนี่ครับ" หัวเราะตอบกลับไปก็พาลฉุกใจคิดได้ว่า เขายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นชาติอะไร
 
'คราวนี้คงต้องถามให้รู้'
 
--------------------------------
 
บังเอิญเหมือนโชคเข้าข้าง ปรากฎว่าจุดหมายปลายทางต่อไปของอีกฝ่ายเป็นที่เดียวกับเขา
 
ร้านอาหารเปิดใหม่ใกล้บ้านที่ 'ท่าน' สั่งให้ชายหนุ่มมาสำรวจดูเนื่องจากได้ยินมาว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ซึงเมื่อเดินเข้าไปก็เห็นเป็นดังว่าจริง จนคาร์ลเริ่มรู้สึกตะขิดตะข่วงใจ
 
'ใกล้บ้านขนาดนี้แท้ๆ ต้องรอให้คนอื่นมาบอกว่ามีอยู่...ไม่ไหวเลยเรา สงสัยจะอยู่แต่ริมน้ำมากเกินไปเสียแล้ว'
 
"เอ... คุณคาร์ลทำงานเป็นครูนี่นา แล้วทำไมเจ้าของร้านเครื่องเขียนเรียกคุณว่าสายลับล่ะครับ" หลังจากสั่งอาหารเสร็จ คำถามที่ไม่คาดคิดก็ออกจากปากของคนที่นั่งตรงข้ามทันที 
 
'ติดใจอะไรกับแค่คำล้อเล่นของชาวบ้าน?' ตั้งแต่ที่เดินจากร้านขายเครื่องเขียนมาถึงร้านก็เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ถ้าไม่ติดใจจริงๆคงไม่ถามออกมาแน่
 
'หรือว่าลังเลที่จะถาม...เพราะกลัวจะดูน่าสงสัย?' ปกติแล้วถ้าคนถามรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสงสัยหรือรู้สึกไม่ดี ก็จะมีความลังเลที่จะถามสูง
 
"เขาก็แซวกันไปเรื่อยล่ะครับ เพราะผมชอบมาเดินตลาดบ่อยๆ อาจผิดไปจากขุนนางอังกฤษคนอื่นๆ แต่ที่จริงแล้ว ท่านกงสุลเองก็มักมาเดินเที่ยวแถวนี้อยู่เหมือนกันครับ" คาร์ลตัดสินใจตอบเลี่ยงๆ ความรู้สึกสงสัยเริ่มก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าในอีกด้านก็เริ่มคิดว่าตัวเองชักจะหมกมุ่นเข้าไปทุกทีแล้วก็ตาม หากสัญชาติญาณบางอย่างบอกว่าเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ
 
"จริงสิ... นึกขึ้นได้ว่าตอนที่ผมเจอคุณเซ็ปโปเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้ถามเลยว่าคุณเซ็ปโปเป็นคนที่ไหนนะครับ
 
"ผมเหรอ เป็นคนรัสเซียน่ะครับ"
 
"รัสเซียหรือครับ ผมยังไม่เคยไปเลย เขาว่าที่นั่นหนาวมากจริงไหมครับ?" คำถามตามมารยาทหลุดออกไปตามสัญชาติญาณ หากสมองของคาร์ลกำลังเริ่มใช้ความคิด
 
'หน้าตาไม่ใช่สลาฟ แต่บอกว่าเป็นรัสเซีย แล้วยังขี้สงสัยแบบแปลกๆอีก...'
 
'เอายังไงดี...ถ้าส่งรายงานไปก็ต้องถูกบอกให้ตามดูแน่ๆ' คนพวกนั้นก็รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นแค่มือสมัครเล่น ซ้ำยังไม่ได้เต็มใจจะเป็นให้ แต่ก็ชอบใช้งานเสียเหลือเกิน
 
'เห็นว่าเป็นหลานก็ใช้เอาๆสินะ'
 
"ก็หนาวมากจริงๆอย่างที่ว่ากันน่ะครับ" คำตอบของอีกฝ่ายไหลผ่านหูไป ประจวบกับอาหารที่สั่งได้มาถึงโต๊ะ บทสนทนาจึงหยุดอยู่เพียงเท่านั้น
 
--------------------------
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายคงจะหิวมาพอสมควร ทำให้อาหารในจานฝั่งตรงข้ามหมดไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่คาร์ลกำลังพยายามจัดการอาหารตรงหน้าให้หมด กระดาษพับก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า
 
"ให้ผมทำไมหรือครับ" ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย 

"รัสเซียเองกว้างใหญ่อยู่ ผมเลยเขียนบอกเกี่ยวกับบ้านเกิดผม เผื่อคุณคาร์ลจะรู้จักน่ะครับ"

คาร์ลดันแว่นเข้ามาก่อนที่จะคลี่ดูข้อความที่อยู่ข้างใน

" 'My homeland' looks like something the "Largest road" of Bangkok doesn't have. it's named "S/F" which connect "S/S" to "S/R"
 
"เป็นไงบ้างครับ พอรู้จักบ้างไหมครับ" คาร์ลนิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่เสียงของคนที่นั่งตรงข้ามจะเรียกให้เงยหน้าขึ้น

"... นึกภาพไม่ออกเลยครับ" รอยยิ้มบางปรากฎบนใบหน้าทันที ครั้งนี้เขาหมายความตามที่พูดทุกประการ แค่ถนนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพก็ไม่รู้แล้ว ไม่ต้องไปถึงรหัสลับด้านหลังที่เขาเบ้หน้าทุกครั้งที่'ท่าน'บังคับให้เรียนรู้ 
 
แค่เห็นก็อยากโยนทิ้งแล้ว

"อืม ไม่เป็นไรครับ" 
 
"ไง คาร์ล" ขณะที่บรรยากาศเริ่มตึงเครียด(อย่างน้อยก็ในความรู้สึกคาร์ล) เสียงที่คุ้นเคยก็ดังกระทบโสต ชายชาวฮอลันดาเจ้าของผมสีส้มอันโดดเด่นโบกมือทักจากที่นั่งของตน
 
"อ้าว คุณวิซเซอร์ มาได้อย่างไรกันครับนี่" อีกฝ่ายตอบกลับด้วยการยกแก้วขึ้น เห็นดังนั้นเขาจึงไม่ต่อความ
 
ทันใดเสียงที่คุ้นเคยอีกเสียงก็ดังขึ้น แต่เสียงนี้เป็นเสียงที่ไม่อยากได้ยินในตอนนี้อย่างที่สุด
 
"คุณเอเดรียน..."
 
ทันทีทันใด เสียงฮึดฮัดของกัปตันหนุ่มก็ลอยเข้ามา เป็นสัญญาณบอกถึงพายุที่กำลังจะเริ่ม คาร์ลเริ่มกุมขมับ หมดความสนใจในเรื่องของเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารทันที
 
พระเจ้า...วันนี้ลูกมีเรื่องให้ปวดหัวพอแล้วนะครับ
 
-----------------------------
 
เป็นไปตามคาด เมื่อสองกัปตันต้องใช้อากาศในที่เดียวกัน การวิวาทย่อมบังเกิด หลังจากทั้งสองตะโกนด่ากันอยู่ซักพัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อก็ดังขึ้น
 
'ต่อยกันจนได้' ส่วนตัวแล้วเขาอยากปล่อยให้ทะเลาะจนหมดแรงกันไปเอง หากสายตาของเพื่อนร่วมโต๊ะที่กำลังมองอย่างสนอกสนใจทำให้คาร์ลตัดสินใจอีกอย่าง ชายหนุ่มขออนุญาตเซ็ปโปเดินไปที่เคาท์เตอร์บาร์ ขอน้ำเปล่าจากบริกร...ก่อนสาดเข้าใส่ผู้ที่วิวาทกันอยู่ทั้งสองคน
 
'ได้ผลแฮะ...' คาร์ลขยับยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหว
 
"มาทะเลาะอะไรกันตรงนี้ครับคุณวิซเซอร์ ผมว่ากลับไปที่เรือก่อนดีกว่านะครับ อาวุธครบมือกว่ามาก แล้วไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับทางร้านด้วยนะครับ" ตัวการสาดน้ำขยับวางแก้วลงบนโต๊ะก่อนส่งยิ้มให้เพื่อนชาวดัชท์  เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกไปแล้วจึงหันมาหาคู่กรณีอีกคน...ที่เป็นตัวปัญหากว่ามาก
 
"เดี๋ยวสิให้ส้มเน่า แกยั....!" เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะโวยวาย คาร์ลจึงตัดสินใจเลื่อนมือไปปิดปากอีกฝ่ายก่อนกระซิบประโยคไม้ตายอย่างรวดเร็ว
 
"คุณเอเดรียนครับ ทะเลาะกันตรงนี้เสียเวลาเปล่านะครับ ยิ่งกลับเร็วยิ่งเจอธีโอเร็วขึ้นนะครับ เดี๋ยวผมเขียนแผนที่ให้" คนที่โวยวายอยู่เมื่อครู่นิ่งลงทันตาจนชายหนุ่มอยากจะถอนใจ หากก็ทำเพียงเลื่อนมือออกก่อนหยิบสมุดเล่มใหม่ขึ้นมากางในมือ
 
'พอเป็นเรื่องธีโอก็ว่าง่ายเชียวนะ'
 
"เฮ้อ ถ้าคุณเป็นแบบนี้ได้ตลอดก็ดีสิครับ จริงๆเลยนะครับ อายุก็ขนาดนี้แล้วแท้ๆ หัดเอาอย่างคุณเซ็ปโปบ้างได้ไหมครับ" คาร์ลบ่นเรื่อยเปื่อยขณะที่กำลังวาดแผนที่ให้ แต่ก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายส่งเสียงดังขึ้นมาปุปปับ
 
"เซ็ปโป? ตัวละครไหนในหนังสือนิยายแปลกๆของนายอีกล่ะ"
 
"นิยายอะไรกันครั...อ้อ ลืมไปเลย ที่นั่งอยู่กับผมเมื่อกี้คือ คุณเซ็ปโป เอ่อ...แฮ-แม-เลย์-เนน" ขณะพยายามออกเสียงนามสกุลที่ไม่คุ้นเคย ร่างสูงตรงหน้าก็มองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะซักครู่ ก่อนสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ
 
"เหอะ...พวกฟินน์" คาร์ลเลิกคิ้วทันทีที่ได้ยินคำไม่คุ้นหู
 
"ฟินน์? คืออะไรครับ?"
 
"ก็พวกชาวเขาที่อยู่ใต้การปกครองรัสเซีย"
 
"อ๋อ...ก็ว่า" ชายหนุ่มพึมพำออกมา ชิ้นส่วนทั้งหมดบรรจบกันในทันที
 
"เพราะงั้น อย่าเอาฉันไปรวม หรือไปเปรียบเทียบกับคนแบบนั้นเด็ดขาด" กัปตันร่างใหญ่ย้ำคำหนักแน่น ทำเอาคาร์ลรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อย 
 
'ทำไมดูรังเกียจขนาดนั้น?'
 
"แต่พวกคุณก็มาจากทางเหนือเหมือนกันนี่นา รัสเซียกับสแกนดิเนเวียก็ไม่ไกลจากกันไม่ใช่หรือครับ"
 
"พวกอังกฤษงี่เง่าก็แบบนี้ล่ะนะ" คำบ่นของอีกฝ่ายกระแทกประสาทเข้าอย่างจัง ดวงตาสีเขียวตวัดมองด้วยความไม่ชอบใจขึ้นมาเล็กน้อย
 
"หมายความว่าอย่างไรกันครับ"
 
"จำใส่หัวไปเลย...สแกนดิเนเวีย ฉันนับญาติแค่ นอร์เวย์ของฉัน เดนมาร์กของธีโอ และ สวีเดน สามประเทศนี้เท่านั้นที่ได้สายเลือดไวกิ้งมา ส่วนฟินน์น่ะเหรอ..."ร่างสูงละ หันไปหยิบเสื้อคลุมขึ้น และใส่ถุงมือให้เรียบร้อย
 
"ถ้าแค่รู้จักน่ะได้ แต่ให้นับญาติด้วย ไม่มีวัน"
 
"แผนที่ล่ะ" จู่ๆอีกฝ่ายก็แบมือใส่หน้า ทำเอาคาร์ลงงไปชั่ววูบ
 
"อ...อ่า ครับ" ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนดึงสมุดประจำตัวออกมา เขียนแผนที่ส่งให้อีกฝ่าย
 
"........." ร่างสูงนิ่งไปนานจนคาร์ลนึกแปลกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าปั้นยากเมื่อได้รับคำตอบ
 
"ลายมือไก่เขี่ยของแก ฉันอ่านไม่ออก แกพาฉันไปส่งรถรางที่ใกล้ที่สุดก็พอ"
 
"...จริงๆคุณไม่เคยเดินทางไปที่ไหนในบางกอกนอกจากบ้านธีโอใช่ไหมครับ" เมื่อบอกไปแบบนั้นก็ได้รับคำตอบยาวเหยียดจากกัปตันชาวนอร์เวย์ชนิดที่ 'ฟังท้ายก็ลืมหัวไปหมดแล้ว'
 
"ฮะๆ ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะไปส่ง" คาร์ลตอบกลั้วเสียงหัวเราะพร้อมหันไปชำระเงินกับบริกร แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะของตนตามหลังอีกคนไป
 
"คุณเซ็ปโปครับ ถ้าอย่างไรเดี๋ยวผมขอตัวไปส่งคุณเอเดรียนก่อนนะครับ คงต้องขอตัวก่อน เรื่องค่าอาหารผมจัดการเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
 
"แล้วเจอกันเมื่อมีโอกาสนะครับ"
 
--------------------------------------
"เฮ้อ"
 
หลังจากส่งกัปตันหนุ่มใหญ่นิสัยเด็กขึ้นรถรางไป คาร์ลก็ถอนหายใจยาวก่อนล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกระดาษใบน้อยขึ้นมาดูอีกครั้ง
 
'ในนี้บอกอะไรไม่รู้ แต่คนเขียนของพรรค์นี้ได้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่' ไม่มีคนทั่วไปที่ไหนเขียนเป็นรหัสลับแบบนั้นหรอก
 
'มีแต่พวกสายลับเท่านั้นแหละ' ถึงปกติเขาไม่ให้ดูกันสุ่มสี่สุ่มห้าก็เถอะนะ
 
ทั้งที่คิดว่าจะได้เพื่อนที่คุยกันรู้เรื่องแล้วแท้ๆ...
 
แล้วยังมีเรื่องชาว 'ฟินน์' อะไรนั่นอีก...
 
"คืนนี้ไม่ต้องนอนกันพอดี"
 
---------------------
[บทส่งท้าย]
 
"ท่านครับ มีจดหมายเข้ามาครับ"
 
"จากใคร"
 
"คุณมิดเดิลตันครับ"
 
"เอาเข้ามาเลย"
 
"Dear Sir,
 
How do you do?
 
I bought an interesting bear for you from the new place that you told me before. Owner said his name is Finnegan. I think your niece will love him.
 
Sincerely Yours,
Carl A. Middleton"
 
"เฮ้อ...เจ้าตัวแสบ บอกกี่ทีแล้วให้เลิกเขียนอย่างนี้เสียที...ดู เขียนอย่างกับว่าหลานฉันไม่ใช่น้องสาวมัน"
 
"ว่าแต่สายรัสเซียรอบนี้เป็นชาวฟินน์อย่างนั้นหรือ...แปลกจริง พวกนั้นเกลียดรัสเซียจะตายไม่ใช่หรือ ถ้าฉันจำไม่ผิด..."
 
"คงต้องให้จับตาดูเสียหน่อยแล้ว..."
 
----------------------
โหย ยาวมากครับ เวิ่นเว้อสุดๆ เมากาว(?)มากๆเลยด้วยครับUndecidedUndecidedUndecided //เสียชีวิต อ่านจบปรบมือให้ดังๆเลยครับ
 
ก็...ก่อนอื่นเลย ผมขออนุญาตปรับนิดนึงในส่วนของการโต้ตอบกับร้านขายเครื่องเขียนนะครับ เนื่องจากอย่างที่เคยบอกไป คือคาร์ลโดนคนทั้งตลาดเรียกว่าเป็นสาย เพราะเจ้าตัวบอกเองครับ โดยเป็นความตั้งใจที่ว่า พอบอกไปตรงๆ คนก็จะขำแล้วเห็นเป็นเรื่องตลกมากกว่า (รายละเอียดเพิ่มเติมเขียนไว้แล้วล่ะครับ หลักๆคือเพราะคาร์ลไปทะเลาะกับพวกขุนนางอังกฤษ(ซึ่งจริงๆเป็นญาติ)ให้พวกชาวบ้านเห็น ชาวบ้านเลยเข้าใจว่าคาร์ลไม่ถูกกับพวกขุนนาง << แต่ยังไม่มีปัญญาเติมให้เสร็จเสียที...orz) อย่างไรก็ดี สำหรับคุณเซ็ปโปที่คาร์ลรู้สึกสงสัยมาตั้งแต่เช้า พอโดนถามย้ำเรื่องนี้ก็เลยเลือกที่จะตอบเลี่ยงๆมากกว่าน่ะครับ
 
สำหรับส่วนของบทส่งท้าย 'ท่าน' ก็เฉลยเนื้อความจดหมายไปหมดแล้ว แต่แปะวิกิวันละคำ(?)ไว้สำหรับผู้สนใจเพิ่มเติมนะครับSmile
 
Finnegan เป็นชื่อของพวกไอร์แลน (Ireland) หนึ่งในสหราชอาณาจักร ซึ่งปกติชื่อย่อของชื่อนี้คือ Finn ครับ
Bear คุณหมีSurprised เป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงรัสเซียครับ (Russian Bear) ตัวอย่างเช่นที่ปรากฎในหนังสือพิมพ์ที่วาดเกี่ยวกับ Great Game ไว้ (ส่วนของอังกฤษจะเป็นสิงโตครับMoney mouth)
อังกฤษมีความเกี่ยวพันกับพวกฟินน์อยู่เนืองๆครับ โดยครั้งที่รู้จักตัวตนกันจังๆเลยครั้งหนึ่งก็คือในสงครามไครเมีย (Crimean War 1854-56) ครับ (หลักๆคือทะเลาะกับรัสเซีย แต่พื้นที่ทะเลาะเป็นฟินแลนด์ซะเยอะเลยครับ) แต่ที่คาร์ลไม่รู้จักเพราะอ่อนประวัติศาสตร์ครับ จริงๆก็อ่อนเกือบทุกวิชายกเว้นภาษาศาสตร์ล่ะครับ
 
สำหรับท่านก็...ตัวประกอบอดทนครับ เดี๋ยวคงจะปรากฎให้เห็นมากขึ้น (แต่ไม่ได้ลงหรอกครับ เป็นส่วนเสริมเนื้อเรื่องเฉยๆ ผมไม่ค่อยได้เล่นกับใคร อาศัยตบเองชงเองนี่ล่ะครับUndecided)
 
ถ้ามีข้อผิดพลาดอะไร ขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ //โค้ง
 

Comment

Comment:

Tweet

อาาา ชีวิตครูดูลึกลับกว่าที่คิดนะขอรับ
ท่าทางกระผมต้องไปให้ครูสอนภาษาฝรั่งบ้างเสียแล้ว

ดูท่าช่วงที่กระผมย้ายกรมจะมีเรื่องวุ่นวายไม่น้อยเลยทีเดียว

#5 By เจ้ากรมรองาน (180.214.211.233) on 2011-09-10 10:48

/ตตบ่าครูครามแปะๆ

#4 By I'm ProtozoA on 2011-09-10 08:57

big smile open-mounthed smile confused smile

#3 By Nirankas on 2011-09-10 07:38

เรนส์ - /เช็ดผมอย่างหงุดหงิด -*-

#2 By :-[R]i{ki}~~{[C]ha~n}-: on 2011-09-10 07:15

ชีวิตครูแลดูวุ่นวายนะขอรับ
ป.ล.แม่ยอดฝากมาบอกคุณกัปปตันด้วยว่า "ถ้าไปไหนไม่ถูก ให้ลองไปโดน...ไม่ใช่สิ ลองใช้บริการรถลากดูสิ"

#1 By Orange Frogs on 2011-09-10 06:57

Recommend